• CALL US: +66(0)38-411-190
Beauty Tips
Visible facial veins
 

เส้นเลือดฝอยบนใบหน้า ปัญหาของผิวขาวใส

สาเหตุ เส้นเลือดฝอยใบหน้า คืออะไร อย่างที่รู้กันดีว่าอาการเส้นเลือดฝอยบนใบหน้าเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุเนื่องจากการขยายตัวของผนังเส้นเลือด บริเวณผิวหนังชั้นบน โดยอาการเส้นเลือดฝอยใบหน้านี้จะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ

Facial Telangiectasias ซึ่งเป็นลักษณะที่พบบ่อยและสามารถพบเห็นได้เด่นชัดบริเวณแก้มและปีกจมูก

Spider Telangiectasias ซึ่งมีลักษณะคล้ายใยแมงมุม มีจุดแดงตรงกลางและมีเส้นเลือดฝอยกระจายออก บางครั้งหากลองสัมผัสดูจะสามารถรู้สึกได้ถึงการเต้นตามจังหวะหัวใจ

สาเหตุของอาการเส้นเลือดฝอยบนหน้า สำหรับสาเหตุของอาการเส้นเลือดฝอยที่บริเวณใบหน้านั้น จะแบ่งออกตามลักษณะอาการทั้ง 2 ลักษณะ คือ

Facial Telangiectasias

1. การโดนแสงแดดทำลายเป็นเวลานาน เนื่องจากในแสงแดดจะมีรังสี UV ซึ่งส่งผลโดยตรงกับการทำลายคอลลาเจน ที่อยู่ในผิวชั้นหน้ง แท้ ทำให้ชั้นหน้งแท้บางลงและสามารถมองเห็นเส้นเลือดในบริเวณนั้นๆ ได้ชัดขึ้น

2.Vascular Rosasea เป็นโรคชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการผิดปกติของต่อมไขมันร่วมกับเส้นเลือด ส่วนใหญ่จะเกิดที่บริเวณจมูก ทำให้จมูกเกิดอาการผิดรูปและเห็นเส้นเลือดฝอยที่จมูกชัดขึ้น

3. ยาทาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ สารนี้ทำให้ผิวหนังบางลงทั้งชั้นหนังกำพร้า และชั้นหนังแท้ เมื่อใช้ไปนานๆ จะเกิดอาการ Steroid face หน้าจะแดงและมีเส้นเลือดฝอยขึ้นชัดเจน เพราะสารสเตียรอยด์ จะเป็นให้เส้นเลือดฝอยขยายตัว ชั้นหนังแท้ และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันบางลง ยาทาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ได้แก่ ยาทาแก้ผื่นแพ้ และยาทา รักษาฝ้าบางชนิด

4. สาเหตุอื่นๆ จะเป็นสาเหตุที่พบไม่บ่อยนักแต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ คือโรค CREST Syndome และ โรค Osler Weber Rendu Syndome

Spider Telangiectasias

อาการลักษณะนี้สามารถพบได้ในผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงทั่วไปและจะพบได้ที่บริเวณมือ แขน หน้า นอกจากนั้นยังสามารถพบได้ในผู้ที่มี ภาวะเกี่ยวข้อง ดังนี้

1. Hyper estrogenic states คือผู้ที่มีภาวะฮอร์โมน Estrogen สูง ได้แก่ ผู้ที่ตั้งครรภ์ หรือรับประทานยาคุมกำเนิด สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์ หลังคลอดมีโอกาสหายเองได้

เส้นเลือดฝอยที่หน้ามีสาเหตุจากโรคใดบ้าง ส่วนมากแล้วอาการเส้นเลือดฝอยที่หน้านั้นไม่ได้เป็นอันตรายแต่อย่างใด หากแต่เป็นเรื่องของความสวยงาม และเรียบเนียนบนใบหน้าเท่านั้น อาจจะมีส่วนน้อยที่เป็นอาการแสดงที่พบได้ในคนที่เป็นโรค

- Hepatocellular disease หรือโรคตับ
- Subacute and Chronic Hepatitis หรือตับอักเสบเรื้อรัง
- Alcholic hepatitis หรือตับอักเสบจากพิษสุรา หรือเป็นอาการแสดงของโรค CREST Syndrome, Osler Weber Rendu Syndome

การวินิจฉัยโรคและการรักษา

ทั่วไปแล้วการวินิจฉัยโรคนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะเส้นเลือดที่ปรากฏบนใบหน้า แต่ในบางกรณีอาจจะต้องมีการสัมภาษณ์
หรือตอบคำถาม ร่วมด้วยเพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยโรคและหาทางรักษาได้อย่างถูกต้อง
โดยการรักษาอาการเส้นเลือดฝอยบนใบหน้าสามารถรักษาได้หลายวิธีได้แก่ การรักษาด้วยเครื่องจี้ไฟฟ้า,
IPL และการรักษาด้วยเลเซอร์แต่ในปัจจุบันการรักษาด้วยเลเซอร์เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
การรักษาด้วยเลเซอร์จะได้ผลดีกว่าวิธีอื่นเพราะเลเซอร์จะเข้าไปทำปฏิกิริยากับ Hemoglobin ที่เป็นองค์ประกอบ
ของเม็ดเลือดแดงที่อยู่ ในเส้นเลือด และมีผลข้างเคียงน้อยกว่าการรักษาอื่นๆ เลเซอร์ที่ใช้ในการรักษาจะมี 2 ประเภท คือ

1. Perfect Laser จะปล่อยแสงสีเหลืองที่มีความยาวคลื่น 578 นาโนเมตร ซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะคือ สามารถจับกับ Oxyhemoglobin ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเม็ดเลือด หลังทำการรักษาด้วยวิธีนี้แล้วผนังเส้นเลือดจะหดตัวลง ทำให้เส้นเลือดฝ่อ เส้นเลือดฝอยบนใบหน้า จะหายไป วิธีนี้เหมาะกับเส้นเลือดที่มีขนาด 0.2-1 มิลลิเมตร และอยู่ในชั้นที่ตื้น

2. Silky Laser เป็นเลเซอร์ Long pulse Nd:YAG ที่มีความยาวคลื่น 1,064 นาโนเมตร ซึ่งจะจับกับ Deoxyhemoglobin ทำให้เส้นเลือดฝอยที่ขยายตัวฝ่อลง เหมาะกับเส้นเลือดที่มีขนาด 1-2 มิลลิเมตร และอยู่ในชั้นที่ลึกการเลือกใช้ เลเซอร์ทั้ง 2 ชนิดนี้ขึ้นอยู่กับ ขนาดและความลึกของเส้นเลือดฝอยบนใบหน้า หลังทำการรักษาใบหน้าที่แดงจะขาวใส่ขึ้น อย่างเห็นได้ชัด เพื่อผลที่น่าพอใจจึงควรทำ 3-4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 2 สัปดาห์


ข้อควรปฏิบัติหลังการรักษาด้วยเลเซอร์

เนื่องจากสาเหตุประการหนึ่งของอาการเส้นเลือดฝอยบนใบหน้านั้นเกิดจากแสงแดด หลังทำการรักษาแล้วจึงควรหลีกเลี่ยง การออก ไปในที่ที่มีแสงแดดจัด และควารทาครีมกันแดดทุกครั้ง นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาทาที่มีส่วนผสมของ สารสเตียรอยด์ แต่หากมี ความจำเป็นต้องใช้ให้ใช้ในระยะเวลาสั้นๆ ไม่ควรทาต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาการเส้นเลือดฝอย แม้จะไม่ใช่โรคหรือสาเหตุของโรคอะไรที่ ร้ายแรง แต่ก็เป็นปัญหาที่พบเห็นได้บ่อยในทุกวันนี้เพราะเมืองไทยเป็นประเทศ ที่แดดแรง หลังจากทำการรักษาแล้วจึงควรระมัดระวังในเรื่องนี้ อย่างมาก โดยอาการเส้นเลือดฝอยที่หน้าอาจมีโอกาส กลับมาเป็นอีกครั้งในระยะเวลา 1-2 ปี

แม้จะเป็นเพียงเส้นเลือดฝอยทีฟังดูแล้วเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อยๆ แต่หากมันมาปรากฏอยู่ในที่ๆ ไม่พึงประสงค์อย่างที่บริเวณ หน้าขาวใส ของใครก็คงกลายเป็นปัญหาใหญ่แน่ๆ ถึงแม้อาการนี้จะไม่ได้เป็นโรคที่ร้ายแรงแต่หากคุณปล่อยไว้เป็นเวลานานๆ เส้นเลือดที่ขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็อาจจะแผ่กิ่งก้านสาขาบนแก้มของคุณ คงไม่อยากให้ใครๆ ต้องมาเรียกคุณว่า "หน้าเลือด"